การบริหารเชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่คิด วางแผน จนถึงทบทวนทุกเดือน
การบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) หรือการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือกระบวนการต่อเนื่องในการตัดสินใจว่าบริษัทจะแข่งที่ไหนและชนะอย่างไร แล้วแปลงการตัดสินใจนั้นเป็นแผน งบประมาณ และตัวชี้วัดในทุกระดับ พร้อมทบทวนผลสม่ำเสมอเพื่อปรับให้ทันสถานการณ์ โดยรวมการคิดเชิงกลยุทธ์ การวางแผนกลยุทธ์ และการลงมือทำไว้ในวงจรเดียว
- 01การบริหารเชิงกลยุทธ์คืออะไร
- 02กลยุทธ์ 3 ระดับ: ระดับองค์กร ระดับธุรกิจ และระดับปฏิบัติการ
- 03การคิดเชิงกลยุทธ์: ตั้งคำถามให้ถูกก่อน
- 04การวางแผนกลยุทธ์: 4 ขั้นตอนจากคำถามสู่แผน
- 05จากแผนสู่ผลลัพธ์: การลงมือทำและการทบทวน
- การบริหารเชิงกลยุทธ์คือวงจร คิด วางแผน ลงมือทำ และทบทวน ไม่ใช่แค่การเขียนแผน
- กลยุทธ์มี 3 ระดับ คือระดับองค์กร ระดับธุรกิจ และระดับปฏิบัติการ ที่ต้องเชื่อมเป็นสายเดียวกัน
- แผนจะเดินได้เมื่อมีเจ้าของ KPI ไม่กี่ตัว และการทบทวนวันเดิมทุกเดือน
การบริหารเชิงกลยุทธ์คืออะไร
แผนกลยุทธ์เป็นเพียงหนึ่งในสี่ส่วนของวงจร กลยุทธ์จะสำเร็จหรือล้มเหลวที่การลงมือทำและการทบทวน
แตะแต่ละขั้นเพื่อดูรายละเอียด
อ่านรายละเอียด
หลายองค์กรเข้าใจว่าการบริหารเชิงกลยุทธ์คือการเขียนแผนกลยุทธ์ แต่แผนเป็นเพียงขั้นหนึ่งในวงจรสี่ส่วน ส่วนแรกคือการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) ตั้งคำถามที่สำคัญจริง เช่น การเติบโตจะมาจากไหน จะเลือกลูกค้ากลุ่มใด และอะไรที่ควรเลิกทำ ส่วนที่สองคือการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) แปลงคำตอบเป็นทางเลือกที่มีเจ้าของ งบประมาณ และเป้าหมาย ส่วนที่สามคือการลงมือทำ (Strategy Execution) นำทางเลือกเหล่านั้นลงไปในงานประจำของแต่ละฝ่าย และส่วนที่สี่คือการทบทวน เทียบผลจริงกับแผนทุกเดือน และปรับแผนเมื่อตลาดเปลี่ยน คำว่าการบริหารเชิงกลยุทธ์และการจัดการเชิงกลยุทธ์หมายถึงเรื่องเดียวกัน ต่างกันแค่การแปล บริษัทส่วนใหญ่ทำสองส่วนแรกได้ค่อนข้างดี เพราะเกิดในห้องเวิร์กช็อปและได้เอกสารออกมา แต่กลยุทธ์จะสำเร็จหรือล้มเหลวที่สองส่วนหลัง ซึ่งเกิดในสัปดาห์ทำงานธรรมดา สิ่งที่แยกบริษัทที่บริหารกลยุทธ์ได้จริงออกจากบริษัทที่แค่เขียนกลยุทธ์ คือจังหวะทบทวนที่คงที่ ซึ่งพากลยุทธ์กลับมาอยู่ในวาระของผู้บริหารทุกเดือน
กลยุทธ์ 3 ระดับ: ระดับองค์กร ระดับธุรกิจ และระดับปฏิบัติการ
แต่ละระดับตอบคำถามต่างกัน และต้องเชื่อมเป็นสายเดียวจากบนลงล่าง
แตะแต่ละระดับเพื่อดูรายละเอียด
เป้าหมายถ่ายทอดจากบนลงล่าง ในบริษัทที่มีธุรกิจเดียว ระดับองค์กรกับระดับธุรกิจมักรวมอยู่ในแผนเดียว
บริษัทควรอยู่ในธุรกิจใดบ้าง จะเติบโตทางไหน ลงทุนที่ใด และขายหรือปิดอะไร
- ใครตัดสินใจ
- คณะกรรมการและผู้บริหารสูงสุด
- กรอบเวลา
- ทิศทาง 3–5 ปี
บริษัทอาหารขยายสู่อาหารเพื่อสุขภาพ และลดงานรับจ้างผลิตที่กำไรต่ำ
ธุรกิจนี้จะชนะในตลาดอย่างไร เลือกลูกค้ากลุ่มใด เสนอคุณค่าอะไร และแข่งด้วยต้นทุน ความแตกต่าง หรือกลุ่มเฉพาะ
- ใครตัดสินใจ
- ผู้บริหารของแต่ละธุรกิจ
- กรอบเวลา
- แผน 1–3 ปี
หน่วยอาหารเพื่อสุขภาพเจาะคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ ด้วยสินค้าพรีเมียมในโมเดิร์นเทรดและออนไลน์
แต่ละฝ่าย ทั้งขาย การตลาด ปฏิบัติการ บุคคล การเงิน และเทคโนโลยี จะส่งมอบกลยุทธ์ระดับธุรกิจอย่างไร
- ใครตัดสินใจ
- หัวหน้าฝ่าย
- กรอบเวลา
- แผนรายปี ทบทวนทุกเดือน
การตลาดเปิดตัวสินค้าใหม่ ฝ่ายผลิตปรับสายการผลิต ฝ่ายบุคคลสรรหาทีมพัฒนาสินค้า
อ่านรายละเอียด
กลยุทธ์ถูกตัดสินใจในสามระดับ และแต่ละระดับตอบคำถามต่างกัน กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) ตอบว่าบริษัทควรอยู่ในธุรกิจใดบ้าง จะเติบโตทางไหน ลงทุนที่ใด ขายหรือปิดอะไร และทำอย่างไรให้ธุรกิจทั้งหมดรวมกันมีค่ามากกว่าแยกกัน กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy) ตอบว่าธุรกิจหนึ่งจะชนะในตลาดของตนอย่างไร เลือกลูกค้ากลุ่มใด เสนอคุณค่าอะไรที่ลูกค้าให้ความสำคัญ และจะแข่งด้วยต้นทุน ด้วยความแตกต่าง หรือด้วยการเจาะกลุ่มเฉพาะ กลยุทธ์ระดับปฏิบัติการหรือระดับหน้าที่ (Functional / Operational Strategy) ตอบว่าแต่ละฝ่าย ทั้งขาย การตลาด ปฏิบัติการ บุคคล การเงิน และเทคโนโลยี จะส่งมอบกลยุทธ์ระดับธุรกิจผ่านแผน งบประมาณ และ KPI ของตนอย่างไร ทั้งสามระดับต้องเชื่อมเป็นสายเดียวกัน เป้าหมายของแต่ละฝ่ายมาจากกลยุทธ์ระดับธุรกิจ และกลยุทธ์ระดับธุรกิจมาจากกลยุทธ์ระดับองค์กร ในบริษัทที่มีธุรกิจเดียว กลยุทธ์ระดับองค์กรกับระดับธุรกิจมักรวมอยู่ในแผนเดียว แต่คำถามระดับองค์กรจะกลับมาทันทีที่เจ้าของเริ่มมองหา New S-Curve
การคิดเชิงกลยุทธ์: ตั้งคำถามให้ถูกก่อน
ก่อนวางแผน ลองเช็กว่าทีมผู้บริหารตอบคำถามสี่ข้อนี้ได้แล้วหรือยัง
แตะการ์ดข้อที่ทีมของคุณตอบได้แล้ว
ตอบได้ 0 จาก 4 ข้อ
อ่านรายละเอียด
การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) คือนิสัยการมองธุรกิจจากภายนอกและจากอนาคต ก่อนตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ ในทางปฏิบัติมีวินัยไม่กี่ข้อ เริ่มจากลูกค้าและตลาด ไม่ใช่จากสิ่งที่บริษัทถนัดอยู่แล้ว: อีกสามปีลูกค้าจะต้องการอะไร และใครกำลังขยับเข้าไปหาพวกเขา ทำให้ทางเลือกชัด รวมถึงสิ่งที่บริษัทจะไม่ทำ เพราะกลยุทธ์ที่ตอบรับทุกอย่างคืองบประมาณ ไม่ใช่กลยุทธ์ คิดถึงผลที่ตามมา: การลดราคาวันนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมคู่แข่ง กำไร และแบรนด์ในปีหน้า และมองสมมติฐานสำคัญเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูล ไม่ใช่ข้อเท็จจริง การคิดเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่งานของซีอีโอคนเดียว ผู้จัดการที่คิดแบบนี้จะส่งปัญหาขึ้นไปข้างบนน้อยลง เพราะเห็นว่าการตัดสินใจของตนเชื่อมกับทิศทางของบริษัทอย่างไร
การวางแผนกลยุทธ์: 4 ขั้นตอนจากคำถามสู่แผน
จากคำถามที่ชัด สู่แผนที่มีเจ้าของ ตัวชี้วัด งบประมาณ และปฏิทินทบทวน
ตกลงกับผู้บริหารว่าต้องตัดสินใจเรื่องอะไร ภายในเมื่อไหร่ และใช้เกณฑ์อะไรเลือก
สิ่งที่ได้ คำถามและเกณฑ์ที่ผู้บริหารตกลงร่วมกัน
ตลาด ลูกค้า คู่แข่ง และตัวเลขภายใน เฉพาะส่วนที่ตอบคำถามนั้น
สิ่งที่ได้ ข้อเท็จจริงที่ตอบคำถาม ไม่ใช่รายงานหนา
เวิร์กช็อปที่ทีมผู้บริหารถกข้อได้เสียกันอย่างเปิดเผย
สิ่งที่ได้ ทางเลือกที่ทีมผู้บริหารเลือกและเป็นเจ้าของร่วมกัน
initiative ที่มีเจ้าของ KPI งบประมาณ และปฏิทินการทบทวน
สิ่งที่ได้ แผนที่พร้อมลงมือทำ และวันทบทวนที่ล็อกไว้แล้ว
ทิศทางทบทวนปีละครั้ง แผนรายปีทบทวนทุกเดือนและปรับใหม่ทุกปี
อ่านรายละเอียด
การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) คือกระบวนการที่มีโครงสร้าง เพื่อแปลงการคิดเชิงกลยุทธ์ให้เป็นแผนที่องค์กรนำไปทำได้ กระบวนการที่ใช้ได้จริงมีสี่ขั้น หนึ่ง ตั้งคำถามการตัดสินใจ: ตกลงกับผู้บริหารว่าต้องตัดสินใจเรื่องอะไร ภายในเมื่อไหร่ และใช้เกณฑ์อะไรเลือก สอง เก็บข้อมูลและวิเคราะห์เฉพาะส่วนที่ตอบคำถามนั้น ทั้งตลาด ลูกค้า คู่แข่ง และตัวเลขภายใน สาม เปรียบเทียบทางเลือกและเลือก ผ่านเวิร์กช็อปที่ทีมผู้บริหารถกข้อได้เสียกันอย่างเปิดเผย เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นของทีม ไม่ใช่ถูกกำหนดมาจากข้างนอก สี่ แปลงทางที่เลือกเป็น initiative ที่มีเจ้าของ KPI งบประมาณ และปฏิทินการทบทวน กรอบเวลาที่ใช้กันทั่วไปคือทิศทาง 3–5 ปี กับแผนรายปีที่ทบทวนทุกเดือนและปรับใหม่ทุกปี ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการข้ามขั้นแรก แผนที่ไม่ได้ตอบคำถามที่ชัดจะได้เอกสารหนา แต่ได้การตัดสินใจน้อยมาก
จากแผนสู่ผลลัพธ์: การลงมือทำและการทบทวน
สามกลไกที่พากลยุทธ์ไปได้ตลอดปี แทนที่จะจบอยู่ในแฟ้ม
สลับมุมมอง หรือแตะการ์ดทีละใบ
อ่านรายละเอียด
แผนกลยุทธ์จะสร้างคุณค่าก็ต่อเมื่อมันเปลี่ยนสิ่งที่คนทำในเช้าวันจันทร์ การบริหารเชิงกลยุทธ์จึงจบที่การลงมือทำและการทบทวน ไม่ใช่ที่เอกสารที่อนุมัติแล้ว กลไกสามข้อช่วยพากลยุทธ์ไปตลอดปี initiative แต่ละตัวมีเจ้าของคนเดียวและ KPI สองถึงสามตัว ที่ถ่ายทอดจากกลยุทธ์ระดับธุรกิจและระดับปฏิบัติการ ทุกฝ่ายจึงเห็นว่าส่วนของตนคืออะไร การประชุม Monthly Business Review วันเดิมทุกเดือน ใช้วาระจากสิ่งที่หลุดแผน เวลาของผู้บริหารจึงไปอยู่ตรงจุดที่แผนกำลังพลาด และแผนต้องเปลี่ยนได้: เมื่อสมมติฐานสำคัญพิสูจน์แล้วว่าผิด การประชุมทบทวนคือที่ที่ปรับกลยุทธ์อย่างตั้งใจและมีบันทึก แทนที่จะปล่อยให้แผนถูกทิ้งไปเงียบ ๆ คู่มือ Strategy Execution อธิบายจังหวะนี้อย่างละเอียด รวมถึงวิธีถ่ายทอด KPI โดยไม่ทำให้แต่ละฝ่ายจมอยู่กับตัวเลข
ทีมของเราในงานด้านนี้
Piyamin TrithipcharoenchaiManaging Partner และผู้ร่วมก่อตั้งผู้ร่วมก่อตั้ง NXT ด้านกลยุทธ์ วิจัย และการพัฒนาองค์กรดูโปรไฟล์
Garuna YooyartwongPrincipalกลยุทธ์ การสร้างธุรกิจใหม่ และความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการดูโปรไฟล์
Kit KittirattanaPrincipalปฏิบัติการ ซัพพลายเชน และการปรับกระบวนการ จากที่ปรึกษาสู่ผู้บริหารธุรกิจจริงดูโปรไฟล์นัดคุย 30 นาที
เล่าเรื่องที่องค์กรกำลังเจอ แล้วเราช่วยดูว่าควรเริ่มแก้ตรงไหนก่อน ไม่มีข้อผูกมัด
ติดต่อเราที่ปรึกษาจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำหรับหน่วยงานรัฐบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจสำหรับบริษัทเอกชนและธุรกิจครอบครัว


