คู่มือด้านการประเมินผล

การประเมินการรับรู้ รู้ว่าคนหลุดตรงไหน แล้วแก้ตรงนั้น

การประเมินการรับรู้ คือการวัดว่ากลุ่มเป้าหมายรู้จัก เข้าใจ เชื่อมั่น และนำนโยบาย โครงการ หรือบริการไปใช้มากน้อยเพียงใด และรับรู้ผ่านช่องทางใด ผลที่ได้ชี้ว่าคนส่วนใหญ่หลุดที่ขั้นไหน เพื่อใช้ปรับสาร ช่องทาง และกลุ่มเป้าหมายของการสื่อสารรอบต่อไป

สรุปสั้น
  1. การรับรู้มี 4 ขั้น คือรู้จัก เข้าใจ เชื่อมั่น และลงมือทำ การวัดแค่ "เคยได้ยิน" บอกไม่ได้ว่าทำไมผลไม่เกิด
  2. วัดค่าฐานก่อนเริ่ม และวัดซ้ำด้วยคำถามเดิม เพื่อพิสูจน์ว่าการสื่อสารได้ผลจริง
  3. หาขั้นที่คนหลุดมากที่สุดในแต่ละกลุ่ม แล้วปรับสาร ช่องทาง ผู้พูด หรือขั้นตอนให้ตรงจุด
01

การรับรู้ไม่ได้มีแค่ "เคยได้ยิน"

ตัวเลข "เคยได้ยิน" มักออกมาดี แต่ไม่ได้บอกว่าทำไมคนยังไม่มาใช้สิทธิ์

วัดแค่ "เคยได้ยิน"
  • รู้ว่าการประชาสัมพันธ์ไปถึงคน
  • ตัวเลขมักออกมาดี
  • บอกไม่ได้ว่าทำไมคนไม่ใช้สิทธิ์
วัดครบทุกขั้น
  • รู้ว่าคนหลุดที่ขั้นไหน
  • แยกได้ว่าเป็นปัญหาการเข้าถึง สาร ความเชื่อมั่น หรือขั้นตอน
  • ชี้ได้ว่าควรแก้อะไรในรอบถัดไป
อ่านรายละเอียด

การประเมินการรับรู้จำนวนมากถามเพียงว่า "เคยได้ยินโครงการนี้หรือไม่" แล้วรายงานสัดส่วนคนที่ตอบว่าเคย ตัวเลขนี้มักออกมาดี แต่เมื่อดูจำนวนคนที่มาใช้สิทธิ์ ลงทะเบียน หรือเปลี่ยนพฤติกรรมจริง กลับต่ำกว่ามาก ช่องว่างนี้เกิดเพราะการรับรู้มีหลายขั้น การได้ยินชื่อเป็นเพียงขั้นแรก คนต้องเข้าใจว่าเรื่องนั้นคืออะไรและเกี่ยวกับตนอย่างไร ต้องเชื่อว่าทำได้จริงและคุ้มที่จะทำ แล้วจึงลงมือ การประเมินที่วัดแค่ขั้นแรกจึงบอกได้ว่าการประชาสัมพันธ์ไปถึงคน แต่บอกไม่ได้ว่าทำไมผลลัพธ์ไม่เกิด การวัดครบทุกขั้นทำให้เห็นว่าคนหลุดที่ขั้นไหนมากที่สุด ซึ่งเป็นคนละปัญหาและต้องแก้คนละแบบ ถ้าคนไม่รู้จักคือปัญหาการเข้าถึง ถ้ารู้จักแต่ไม่เข้าใจคือปัญหาของสาร ถ้าเข้าใจแต่ไม่เชื่อคือปัญหาความน่าเชื่อถือ และถ้าเชื่อแต่ไม่ทำ มักเป็นอุปสรรคในขั้นตอนจริง

02

4 ขั้นของการรับรู้: รู้จัก เข้าใจ เชื่อมั่น ลงมือทำ

สัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายที่ไปถึงแต่ละขั้น บอกว่าการสื่อสารติดอยู่ตรงไหน

แตะแต่ละขั้นเพื่อดูรายละเอียด

ตัวเลขเป็นตัวอย่างสมมติ คิดเป็นร้อยละของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด

2 · เข้าใจ
วัดอย่างไร
ให้เลือกหรืออธิบายข้อเท็จจริงสำคัญ เช่น ใครมีสิทธิ์ ต้องทำอะไร
ทำไมคนหลุดก่อนถึงขั้นนี้
สารยาว ซับซ้อน หรือไม่บอกว่าเกี่ยวกับผู้ฟังอย่างไร
ควรแก้อย่างไร
ลดสารเหลือข้อเท็จจริงไม่กี่ข้อ และบอกให้ชัดว่าได้อะไร
อ่านรายละเอียด

กรอบที่ใช้ได้กับทั้งนโยบายรัฐ โครงการ และแคมเปญของธุรกิจ แบ่งการรับรู้เป็นสี่ขั้น ขั้นที่หนึ่ง รู้จัก คือเคยเห็นหรือได้ยินเรื่องนี้ วัดได้ทั้งแบบนึกได้เองและแบบเมื่อเห็นชื่อหรือภาพ ขั้นที่สอง เข้าใจ คืออธิบายสาระสำคัญได้ถูกต้อง เช่น ใครมีสิทธิ์ ต้องทำอะไร และได้อะไร ขั้นที่สาม เชื่อมั่น คือเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ น่าเชื่อถือ และเหมาะกับตน ขั้นที่สี่ ลงมือทำ คือใช้สิทธิ์ สมัคร หรือเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่ตั้งเป้า แต่ละขั้นวัดเป็นสัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด จึงเห็นได้ทันทีว่าระหว่างขั้นใดมีคนหายไปมากที่สุด ตัวเลขในแผนภาพนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ในงานจริง รูปร่างของกรวยมักต่างกันมากตามกลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ และช่องทาง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องแยกวิเคราะห์รายกลุ่ม

03

วัดอะไรบ้างในการประเมินการรับรู้

วัดทั้งการรับรู้และสิ่งที่อธิบายการรับรู้นั้น

  1. 1รับรู้แบบนึกได้เองอยู่ในความคิดของคนจริงหรือไม่
  2. 2รับรู้แบบช่วยจำเคยเห็นเมื่อดูชื่อหรือภาพ
  3. 3ความเข้าใจสาระตอบข้อเท็จจริงสำคัญได้ถูกต้อง
  4. 4ช่องทางรับรู้จากไหน ช่องทางใดทำให้เข้าใจถูก
  5. 5ทัศนคติและความเชื่อมั่นต่อเรื่องนั้นและต่อผู้สื่อสาร
  6. 6ความตั้งใจและพฤติกรรมตรวจกับข้อมูลการใช้บริการจริง

ถามด้วยว่าคนยังต้องการรู้อะไร หรือยังสับสนเรื่องใด เพื่อใช้ปรับสารรอบต่อไป

อ่านรายละเอียด

แบบสอบถามที่ดีวัดครบทั้งการรับรู้และสิ่งที่อธิบายการรับรู้นั้น ส่วนแรกคือการรับรู้แบบนึกได้เอง ถามโดยไม่บอกชื่อ เพื่อดูว่าเรื่องนี้อยู่ในความคิดของคนจริงหรือไม่ และการรับรู้เมื่อเห็นชื่อหรือภาพ ส่วนที่สองคือความเข้าใจสาระ ให้ผู้ตอบเลือกหรืออธิบายข้อเท็จจริงสำคัญ ซึ่งแม่นกว่าการถามว่า "เข้าใจหรือไม่" ส่วนที่สามคือช่องทาง ว่ารับรู้จากไหน และช่องทางใดที่ทำให้เข้าใจถูกต้อง ส่วนที่สี่คือทัศนคติและความเชื่อมั่น ทั้งต่อเรื่องนั้นและต่อหน่วยงานที่สื่อสาร ส่วนที่ห้าคือความตั้งใจและพฤติกรรมจริง ซึ่งควรตรวจกับข้อมูลการใช้บริการหรือการลงทะเบียนถ้ามี และส่วนสุดท้ายคือข้อมูลที่คนยังต้องการหรือยังสับสน ซึ่งเป็นวัตถุดิบโดยตรงของการปรับสารรอบต่อไป

04

ออกแบบการประเมิน: ก่อน ระหว่าง และหลังการสื่อสาร

วางแผนการประเมินพร้อมแผนการสื่อสาร ไม่ใช่หลังแคมเปญจบ

  1. 1ค่าฐานก่อนเริ่มรู้ระดับเดิม เพื่อพิสูจน์ผลของการสื่อสาร
  2. 2ติดตามระหว่างทางข้อมูลสื่อ โซเชียล และการใช้บริการ
  3. 3วัดหลังการสื่อสารคำถามชุดเดิม เทียบคนที่เห็นกับไม่เห็นสื่อ
  4. 4แยกวิเคราะห์รายกลุ่มกลุ่มตัวอย่างพอสำหรับทุกกลุ่มที่จะเทียบ
อ่านรายละเอียด

การประเมินการรับรู้ให้ผลที่ใช้ได้มากที่สุดเมื่อวางแผนพร้อมแผนการสื่อสาร ไม่ใช่เมื่อแคมเปญจบแล้ว ขั้นแรกคือวัดค่าฐานก่อนเริ่ม เพื่อรู้ว่าการรับรู้เดิมอยู่ที่ระดับใด ถ้าไม่มีค่าฐาน ตัวเลขหลังแคมเปญจะบอกไม่ได้ว่าเพิ่มขึ้นเพราะการสื่อสารหรือเพราะคนรู้อยู่แล้ว ขั้นที่สองคือติดตามระหว่างทาง ด้วยข้อมูลสื่อ ข้อมูลโซเชียล และข้อมูลการใช้บริการ เพื่อปรับก่อนสายเกินไป ขั้นที่สามคือวัดหลังการสื่อสารด้วยคำถามชุดเดิม และถ้าทำได้ ให้เทียบระหว่างคนที่เห็นสื่อกับคนที่ไม่เห็น หรือระหว่างพื้นที่ที่มีและไม่มีกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างต้องครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเปรียบเทียบ ข้อมูลโซเชียลช่วยบอกการพูดถึงและกระแส แต่แทนแบบสำรวจไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด

05

จากผลประเมินสู่กลยุทธ์การสื่อสาร

ปัญหาต่างขั้น ต้องแก้ต่างวิธี

แตะการ์ดเพื่อดูวิธีแก้

อ่านรายละเอียด

ผลการประเมินการรับรู้มีค่าเมื่อถูกแปลเป็นการตัดสินใจว่าจะสื่อสารอะไร กับใคร และผ่านช่องทางใดในรอบถัดไป เริ่มจากหาขั้นที่คนหลุดมากที่สุด แล้วแก้ให้ตรงปัญหา ถ้าคนไม่รู้จัก ให้เพิ่มการเข้าถึงในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใช้จริง ไม่ใช่ช่องทางที่หน่วยงานถนัด ถ้ารู้จักแต่ไม่เข้าใจ ให้ลดสารลงเหลือข้อเท็จจริงไม่กี่ข้อที่คนต้องรู้ ถ้าเข้าใจแต่ไม่เชื่อ ให้เปลี่ยนผู้พูดหรือเพิ่มหลักฐาน เช่น ตัวอย่างจากคนที่ได้ประโยชน์จริง และถ้าเชื่อแต่ไม่ทำ ให้ตรวจขั้นตอนการใช้สิทธิ์หรือการสมัคร เพราะปัญหามักอยู่ที่บริการ ไม่ใช่การสื่อสาร จากนั้นแยกแนวทางตามกลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มมักหลุดคนละขั้น ตั้งเป้าของแต่ละขั้น และวัดซ้ำด้วยคำถามเดิม วิธีคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับแคมเปญของธุรกิจ ตั้งแต่การรู้จักแบรนด์จนถึงการซื้อและซื้อซ้ำ

06

จ้างประเมินการรับรู้: TOR ควรระบุอะไร

เช็กว่า TOR ของคุณจะได้ผลที่ใช้วางกลยุทธ์การสื่อสารได้หรือยัง

แตะข้อที่ TOR ของคุณมีแล้ว

มีแล้ว 0 จาก 4 ข้อ

อ่านรายละเอียด

TOR ที่ดีทำให้การประเมินการรับรู้ตอบคำถามเชิงกลยุทธ์ได้ ไม่ใช่แค่รายงานร้อยละของคนที่เคยได้ยิน ควรระบุกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ให้ชัด รวมถึงกลุ่มย่อยที่ต้องการเปรียบเทียบและขนาดตัวอย่างขั้นต่ำของแต่ละกลุ่ม ระบุให้วัดครบทั้งสี่ขั้น คือรู้จัก เข้าใจ เชื่อมั่น และลงมือทำ พร้อมช่องทางการรับรู้ กำหนดให้มีค่าฐานก่อนการสื่อสารถ้าเป็นไปได้ และใช้คำถามแกนกลางชุดเดิมเมื่อวัดซ้ำ การวิเคราะห์ควรแสดงจุดที่คนหลุดในแต่ละกลุ่ม และเชื่อมผลกับข้อมูลการใช้บริการหรือการลงทะเบียน ข้อเสนอแนะควรระบุให้ชัดว่าควรปรับสาร ช่องทาง หรือขั้นตอนใด สำหรับกลุ่มใด ผลงานส่งมอบควรมีรายงาน สรุปสำหรับผู้บริหาร ชุดข้อมูลที่ตัดข้อมูลระบุตัวตนแล้ว และการนำเสนอผลต่อทีมสื่อสารและผู้บริหาร

ประเมินการรับรู้ต่างจากประเมินความพึงพอใจอย่างไร การประเมินการรับรู้วัดว่ากลุ่มเป้าหมายรู้จัก เข้าใจ เชื่อมั่น และลงมือทำตามนโยบายหรือโครงการเพียงใด รวมถึงคนที่ยังไม่เคยใช้ ส่วนการประเมินความพึงพอใจวัดความรู้สึกของคนที่ใช้บริการแล้ว
ควรวัดก่อนและหลังการประชาสัมพันธ์หรือไม่ ควรวัดถ้าทำได้ ค่าฐานก่อนเริ่มทำให้รู้ว่าการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการสื่อสารจริง ถ้าไม่มีค่าฐาน ตัวเลขหลังแคมเปญบอกได้แค่ระดับการรับรู้ ณ เวลานั้น
การรับรู้แบบนึกได้เองกับแบบช่วยจำต่างกันอย่างไร แบบนึกได้เองถามโดยไม่บอกชื่อ วัดว่าเรื่องนั้นอยู่ในความคิดของคนจริงหรือไม่ แบบช่วยจำให้ดูชื่อหรือภาพแล้วถามว่าเคยเห็นหรือไม่ ตัวเลขแบบช่วยจำจึงสูงกว่าเสมอ
ใช้ข้อมูลโซเชียลแทนแบบสำรวจได้ไหม ใช้ประกอบได้ดี เพราะเห็นการพูดถึงและกระแสแบบทันที แต่แทนไม่ได้ เพราะคนที่โพสต์ไม่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด และข้อมูลโซเชียลวัดความเข้าใจหรือการลงมือทำไม่ได้
ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ สำหรับกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ ที่ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 5 ใช้ราว 400 ตัวอย่าง ถ้าต้องเปรียบเทียบรายกลุ่มหรือรายพื้นที่ แต่ละกลุ่มต้องมีตัวอย่างพอในตัวเอง
ผลประเมินการรับรู้นำไปใช้อย่างไรต่อ หาขั้นที่คนหลุดมากที่สุดในแต่ละกลุ่ม แล้วแก้ให้ตรงจุด เช่น เพิ่มการเข้าถึง ปรับสารให้สั้นและชัด เปลี่ยนผู้พูด หรือแก้ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ จากนั้นตั้งเป้าและวัดซ้ำด้วยคำถามเดิม

นัดคุย 30 นาที

เล่าเรื่องที่องค์กรกำลังเจอ แล้วเราช่วยดูว่าควรเริ่มแก้ตรงไหนก่อน ไม่มีข้อผูกมัด

ติดต่อเรา

ที่ปรึกษาจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำหรับหน่วยงานรัฐบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจสำหรับบริษัทเอกชนและธุรกิจครอบครัว