คู่มือด้านการเติบโต

ทำไมกลยุทธ์หยุดเดิน และระบบที่พากลยุทธ์ไปถึงสิ้นปี

Strategy Execution หรือการนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ คือระบบบริหารที่เปลี่ยนแผนกลยุทธ์ให้เป็นการลงมือทำรายสัปดาห์และรายเดือน: เลือกเรื่องสำคัญไม่กี่เรื่อง แตกเป็น initiative ที่มีเจ้าของคนเดียว มี KPI สองถึงสามตัวที่เชื่อมกับกลยุทธ์ มีงบและคนที่เดินตามทางที่เลือก และมีจังหวะทบทวนคงที่ ที่สิ่งที่หลุดแผนจะได้รับการตัดสินใจ

สรุปสั้น
  1. Strategy Execution คือระบบบริหารสี่ส่วน: แปลงกลยุทธ์เป็นงาน จัดคนและงบ เดินตามจังหวะ และปรับจากผลจริง
  2. เลือกเสาหลักสามถึงห้าด้าน initiative หนึ่งตัวมีเจ้าของหนึ่งคน กับตัวชี้วัดนำและตามสองถึงสามตัว
  3. ประชุม MBR วันเดิมทุกเดือน วาระมาจากสิ่งที่หลุดแผน และทุกเรื่องจบด้วยการตัดสินใจ
01

Strategy Execution คืออะไร และไม่ใช่อะไร

การลงมือทำเป็นงานของผู้บริหาร และเป็นระบบที่มีสี่ส่วน ไม่ใช่ขั้นตอนเดียวหลังอนุมัติแผน

ระบบลงมือทำแปลงกลยุทธ์เป็นงาน

แตะแต่ละส่วนเพื่อดูรายละเอียด

อ่านรายละเอียด

Strategy Execution คือระบบที่เชื่อมสิ่งที่ผู้บริหารตัดสินใจไว้ในแผน เข้ากับสิ่งที่คนในองค์กรทำในแต่ละสัปดาห์ หลายบริษัทมองว่าการลงมือทำเป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติการ ที่ส่งต่อลงไปเมื่ออนุมัติกลยุทธ์แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ นี่คืองานของผู้บริหารโดยตรง เพราะการตัดสินใจที่ทำให้กลยุทธ์เดินต่อได้ เช่น จะเลิกทำอะไร จะย้ายงบและคนไปที่ไหน และจะยอมรับความล่าช้าใด ทำได้จากข้างบนเท่านั้น ระบบที่ใช้ได้จริงมีสี่องค์ประกอบ หนึ่ง แปลงกลยุทธ์เป็นงาน: เลือกเสาหลักกลยุทธ์ไม่กี่ด้าน แล้วแตกเป็น initiative ที่มีเจ้าของคนเดียว ผลลัพธ์ที่วัดได้ และกำหนดเวลา สอง จัดคนและงบให้ตรงกับทางที่เลือก: ย้ายงบประมาณ อัตรากำลัง และเวลาของคนเก่งที่สุดไปอยู่กับ initiative เหล่านั้น แทนการกระจายเท่ากันทุกฝ่าย สาม เดินตามจังหวะที่คงที่: ทบทวนรายสัปดาห์ในระดับทีม รายเดือนในระดับผู้บริหาร และรายไตรมาสในระดับกลยุทธ์ โดยล็อกวันไว้ล่วงหน้าทั้งปี สี่ ปรับจากผลจริง: เมื่อตัวเลขหรือตลาดบอกว่าสมมติฐานผิด ให้ปรับแผนอย่างตั้งใจและมีบันทึก ช่องว่างระหว่างแผนกับผลลัพธ์แทบไม่เคยเกิดจากกลยุทธ์ที่แย่ แต่มักเกิดจากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งขาดไป และข้อที่ขาดบ่อยที่สุดคือข้อที่สาม เพราะเป็นข้อเดียวที่ต้องทำซ้ำทุกเดือนโดยไม่มีวันจบ

02

ทำไมกลยุทธ์หยุดเดินราวเดือนที่สี่

สิ่งที่เห็นในที่ประชุมเป็นแค่อาการ สาเหตุจริงอยู่ที่โครงสร้างข้างใต้

สลับมุมมอง หรือแตะการ์ดทีละใบ

อ่านรายละเอียด

กลยุทธ์ส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวในห้องเวิร์กช็อป แต่หยุดเดินหลังจากนั้นไม่กี่เดือน แผนผ่านการอนุมัติ ทุกคนกลับไปทำงานประจำ แล้วกลยุทธ์ก็ค่อย ๆ กลายเป็นเอกสารในแฟ้ม แทนที่จะเป็นตารางงานที่มีคนรับผิดชอบ อาการนี้มักเห็นชัดราวเดือนที่สี่ เมื่อพลังจากวันเปิดตัวแผนจางลง ผลไตรมาสแรกออกมาแล้ว งบประมาณประจำปีถูกล็อกไปแล้ว และปัญหาเร่งด่วนในงานประจำเข้ามาเต็มวาระประชุมผู้บริหาร สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่โครงสร้าง ไม่ใช่ตัวบุคคล เรื่องสำคัญมีมากเกินไป งานประจำจึงชนะทุกครั้ง initiative มีชื่อแต่ไม่มีเจ้าของคนเดียว จึงไม่มีใครต้องรายงานเมื่องานเลื่อน งบประมาณหน้าตาเหมือนปีที่แล้ว กลยุทธ์ใหม่จึงทำได้เท่าที่เวลาเหลือ KPI สะท้อนกิจกรรมของแผนก ไม่ใช่ผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ และไม่มีการทบทวนที่คงที่ สิ่งที่หลุดแผนจึงไม่มีใครเห็น จนการทบทวนสิ้นปีกลายเป็นการย้อนหาว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่ากลยุทธ์แย่หรือคนไม่ตั้งใจ แต่แปลว่ายังไม่มีระบบลงมือทำ ซึ่งเป็นข่าวดี เพราะระบบสร้างขึ้นได้

03

เลือกให้น้อย แล้วเขียน initiative ให้ชัด

ลองเช็ก initiative สำคัญหนึ่งตัวของคุณ ว่า charter หน้าเดียวของมันครบเจ็ดข้อนี้หรือยัง

แตะการ์ดข้อที่ charter ของ initiative คุณมีแล้ว

มีแล้ว 0 จาก 7 ข้อ

อ่านรายละเอียด

การลงมือทำเริ่มจากการตัดออก บริษัทหนึ่งมักผลักเสาหลักกลยุทธ์ได้พร้อมกันราวสามถึงห้าด้าน แต่ละด้านแตกเป็น initiative สองถึงสี่ตัวที่ต้องสำเร็จ เสาหลักนั้นจึงจะสำเร็จ initiative ต่างจากงานประจำ: มันเปลี่ยนผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ มีจุดเริ่มและจุดจบ และใช้ทรัพยากรที่ปกติจะไปอยู่ที่อื่น นอกจากรายการสิ่งที่จะทำ ผู้บริหารควรตกลงรายการสิ่งที่จะเลิกทำ (stop list) ด้วย คือโครงการที่จะปิดหรือชะลอ เพื่อให้เจ้าของ initiative ใหม่มีเวลาผลักงานจริง จากนั้น initiative แต่ละตัวควรมีเอกสารกำกับหน้าเดียว (initiative charter) ระบุผลลัพธ์ที่วัดได้ เจ้าของคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจ milestone รายไตรมาส งบและคนที่จัดสรรแล้ว ตัวชี้วัดนำและตัวชี้วัดตาม งานที่ต้องพึ่งฝ่ายอื่น และเงื่อนไขที่ตกลงไว้ล่วงหน้าว่าเมื่อใดจะปรับหรือหยุด initiative การเขียน charter คือจุดที่ initiative ที่ยังไม่ชัดจะเผยตัวออกมา ถ้าทีมผู้บริหารตกลงผลลัพธ์หรือเจ้าของในหนึ่งหน้าไม่ได้ initiative นั้นก็ยังไม่พร้อมเริ่ม

04

ถ่ายทอด KPI ให้เป็นสายเดียว ด้วยตัวชี้วัดนำและตัวชี้วัดตาม

ตัวเลขหนึ่งสายที่ไล่จากเสาหลักกลยุทธ์ลงมาถึงสิ่งที่เจ้าของ initiative ขยับได้ทุกสัปดาห์

  1. 1เสาหลักกลยุทธ์เติบโตในกลุ่มลูกค้าองค์กร
  2. 2ตัวชี้วัดตาม (Lagging)รายได้จากลูกค้าองค์กร รายงานรายเดือน เป้ารายไตรมาส
  3. 3Initiativeตั้งทีมขายลูกค้าองค์กร มีเจ้าของคนเดียว
  4. 4ตัวชี้วัดนำ (Leading)จำนวนข้อเสนอที่ส่งต่อเดือน และอัตราการปิดการขาย

ตัวอย่างสมมติ KPI ทุกตัวต้องมีนิยาม แหล่งข้อมูล ผู้รับผิดชอบข้อมูล ค่าตั้งต้น และเป้ารายไตรมาส ตัวชี้วัดระดับแผนกเก็บไว้เฉพาะตัวที่ส่งผลต่อสายนี้

อ่านรายละเอียด

มีรูปแบบหนึ่งที่พบบ่อยในบริษัทไทยขนาดกลาง คือบริษัทที่วัดทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรเดินหน้า แดชบอร์ดมีครบทุกแผนก แต่กลยุทธ์ไม่ขยับมาเป็นปี เพราะ KPI สะท้อนกิจกรรมของแผนก ไม่ใช่ผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ ทุกฝ่ายจึงทำได้ตามเป้าของตน ขณะที่บริษัทพลาดแผน ทางแก้คือการถ่ายทอดตัวชี้วัด (KPI cascade) ให้เป็นสายเดียวกัน เสาหลักแต่ละด้านมีตัวชี้วัดตาม (lagging indicator) หนึ่งถึงสองตัว คือผลลัพธ์อย่างรายได้จากกลุ่มลูกค้า กำไร หรือส่วนแบ่งตลาด ซึ่งมาช้าและบริหารโดยตรงไม่ได้ initiative แต่ละตัวเพิ่มตัวชี้วัดนำ (leading indicator) หนึ่งถึงสองตัว ที่ขยับเร็วกว่าและเจ้าของมีผลต่อมันได้ เช่น จำนวนข้อเสนอที่ส่ง อัตราการเปลี่ยนจากทดลองเป็นซื้อ หรือระยะเวลาส่งมอบ KPI ทุกตัวต้องมีนิยามเป็นลายลักษณ์อักษร: สูตรคำนวณ แหล่งข้อมูล ผู้รับผิดชอบข้อมูล วันรายงาน ค่าตั้งต้น และเป้ารายไตรมาส แทนเป้าสิ้นปีตัวเดียว จากนั้นตัดตัวชี้วัดระดับแผนกให้เหลือเฉพาะตัวที่ส่งผลต่อสายนี้ ตัวอื่นย้ายไปอยู่ในแดชบอร์ดปฏิบัติการ ตัวเลขที่น้อยลง เชื่อมกับกลยุทธ์ และทบทวนอย่างมีจังหวะ ทำให้หลายคนอึดอัด เพราะทุกคนจะเห็นชัดว่างานใดไม่เดินตามเป้า และนั่นคือเหตุผลที่มันได้ผล

05

งบประมาณ คน และเวลา ต้องเดินตามกลยุทธ์

เงินและคนคือหลักฐานว่าบริษัทเลือกอะไรจริง

งบที่ทำต่อจากปีที่แล้ว
  • ทำงบก่อน แล้วค่อยเขียนกลยุทธ์ให้เข้ากับงบ
  • งบกลยุทธ์ปนอยู่กับงบดำเนินงาน และถูกดึงไปโปะเมื่องบอื่นเกิน
  • อนุมัติก้อนเดียวตอนต้นปี ไม่ว่า initiative จะคืบหน้าหรือไม่
  • เจ้าของ initiative ทำงานประจำเต็มเวลา และผลักกลยุทธ์ในเวลาที่เหลือ
งบที่ผูกกับกลยุทธ์
  • อนุมัติกลยุทธ์ก่อน รอบงบประมาณจัดสรรให้ initiative ที่เลือกไว้ก่อน
  • แยกงบเปลี่ยนแปลงออกจากงบดำเนินงาน และกันไว้ไม่ให้ถูกดึงไปใช้
  • ปล่อยงบเป็นงวดตาม milestone และหยุดได้ก่อนใช้งบหมด
  • คืนเวลาให้เจ้าของผ่านรายการสิ่งที่จะเลิกทำ และมีคนทำเต็มเวลาเมื่อจำเป็น
อ่านรายละเอียด

งบประมาณคือกลยุทธ์ที่เขียนเป็นตัวเลข และเมื่องบถูกทำโดยบวกเปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว มันจะยกเลิกสิ่งที่กลยุทธ์ตั้งใจเปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ แนวปฏิบัติสี่ข้อช่วยให้เงินและคนเดินตามแผน หนึ่ง อนุมัติกลยุทธ์ก่อนทำงบประมาณ ไม่ใช่หลังจากนั้น รอบงบประมาณจึงจัดสรรให้ initiative ที่เลือกไว้ก่อน สอง แยกงบดำเนินงาน (run budget) ที่ใช้รักษาธุรกิจปัจจุบัน ออกจากงบเปลี่ยนแปลง (change budget) ที่ใช้กับ initiative เชิงกลยุทธ์ และกันงบส่วนหลังไม่ให้ถูกดึงไปโปะงบส่วนแรกที่เกิน สาม ปล่อยงบของ initiative ขนาดใหญ่เป็นงวดตาม milestone เงินจึงเดินตามความคืบหน้า และ initiative ที่ไม่ได้ผลถูกหยุดได้ก่อนใช้งบหมด สี่ วางแผนกำลังคนให้ละเอียดเท่ากับเงิน เจ้าของที่มีงานประจำเต็มเวลา ไม่สามารถผลัก initiative เชิงกลยุทธ์ซ้อนขึ้นไปได้ จึงต้องคืนเวลาบางส่วนให้เขา และบ่อยครั้งต้องมีคนทำเต็มเวลาสองสามคน ผ่านรายการสิ่งที่จะเลิกทำ การผูกการประเมินผลงานส่วนหนึ่งกับ milestone ของ initiative ช่วยได้ ถ้าเป้านั้นเจ้าของมีผลต่อมันได้จริง คู่มือระบบบริหารผลงานอธิบายวิธีทำโดยไม่ทำให้คนหันไปแต่งตัวเลข

06

จังหวะการบริหาร: รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส และรายปี

สี่วงการประชุม แต่ละวงมีหน้าที่เดียว และล็อกวันไว้ทั้งปี

  1. รายปี · ทิศทางทบทวนทิศทาง แล้วกำหนดเสาหลักและงบของปีถัดไป ตามลำดับนี้
  2. รายไตรมาส · ครึ่งวันสมมติฐานยังจริงไหม ควรจัดลำดับ initiative ใหม่ หรือย้ายเงินและคนหรือไม่
  3. รายเดือน · 90 นาทีMonthly Business Review ของทีมผู้บริหาร วาระจากข้อยกเว้น ทุกเรื่องจบด้วยการตัดสินใจ
  4. รายสัปดาห์ · 30 นาทีทีม initiative: ทำอะไรไปแล้ว ติดอะไร ทำอะไรต่อ และต้องส่งเรื่องใดขึ้นไป
อ่านรายละเอียด

การลงมือทำเดินด้วยปฏิทิน และการประชุมแต่ละวงมีหน้าที่เดียว รายสัปดาห์ ทีมของ initiative แต่ละตัวประชุมราวสามสิบนาที: ทำอะไรไปแล้ว ติดอะไร จะทำอะไรต่อ และมีเรื่องใดต้องส่งขึ้นไปให้ผู้บริหาร รายเดือน ทีมผู้บริหารประชุม Monthly Business Review ราวเก้าสิบนาทีในวันเดิม โดยใช้วาระจากข้อยกเว้นใน scorecard และสิ่งที่หลุดแผนจะได้รับการตัดสินใจ รายไตรมาส ผู้บริหารใช้เวลาครึ่งวันกับตัวกลยุทธ์เอง: สมมติฐานสำคัญยังจริงอยู่ไหม ควรจัดลำดับ initiative ใหม่หรือไม่ และควรย้ายเงินหรือคนระหว่าง initiative หรือไม่ รายปี ทบทวนทิศทาง แล้วกำหนดเสาหลักและงบประมาณของปีถัดไป โดยควรทำตามลำดับนี้ กฎสองข้อทำให้จังหวะนี้อยู่รอด ข้อแรก แต่ละระดับตัดสินใจเฉพาะเรื่องที่ตนตัดสินได้ และส่งเรื่องขึ้นไปพร้อมคำขอที่ชัด แทนการรายงานสถานะ ข้อสอง ล็อกวันประชุมทั้งปีไว้ล่วงหน้า และถือว่าการเข้าประชุมไม่ใช่ทางเลือก การทบทวนที่เลื่อนได้จะถูกเลื่อนตั้งแต่ครั้งแรกที่งานยุ่ง ซึ่งก็คือช่วงเวลาที่การทบทวนสำคัญที่สุด

07

Monthly Business Review ที่ได้การตัดสินใจจริง

สลับมุมมองเพื่อดูว่า scorecard ทั้งชุดกลายเป็นวาระประชุมเก้าสิบนาทีได้อย่างไร

สลับมุมมองเพื่อดูว่าเรื่องใดเข้าวาระ

  • ตามแผนขยายลูกค้าองค์กรข้อเสนอที่ส่ง 18 จากเป้า 20 · เจ้าของ ผอ.ฝ่ายขาย
  • หลุดแผนลดต้นทุนการผลิตต้นทุนต่อหน่วยลดลง 2% จากเป้า 4% · เจ้าของ ผอ.โรงงานขอให้ที่ประชุมตัดสิน ลงทุนเครื่องจักรใหม่ไตรมาสนี้ หรือเลื่อนไปปีหน้า
  • มีความเสี่ยงเปิดตัวสินค้าใหม่การทดสอบตลาดเลื่อน 3 สัปดาห์ · เจ้าของ ผอ.การตลาดขอให้ที่ประชุมตัดสิน ยืนยันวันเปิดตัวเดิม และให้ยืมคนจากฝ่ายขาย 2 คน
  • ตามแผนระบบ CRMผู้ใช้งานจริง 85% จากเป้า 80% · เจ้าของ ผอ.ไอที
  • หลุดแผนเร่งเก็บหนี้การค้าระยะเก็บหนี้ 58 วัน จากเป้า 50 วัน · เจ้าของ ผอ.การเงินขอให้ที่ประชุมตัดสิน ปรับเงื่อนไขเครดิตกับลูกค้ารายใหญ่ 5 ราย
  • มีความเสี่ยงพัฒนาหัวหน้างานผ่านหลักสูตร 40% จากเป้า 60% · เจ้าของ ผอ.บุคคลขอให้ที่ประชุมตัดสิน ให้ฝ่ายผลิตจัดเวลาให้หัวหน้างานเข้าอบรม
  • ตามแผนช่องทางออนไลน์ยอดขายออนไลน์ตามเป้ารายเดือน · เจ้าของ ผอ.การตลาด

วาระ 90 นาที
  1. 10 นาทีทบทวน action ที่ค้างจากเดือนก่อน
  2. 40 นาทีเรื่องสีแดง: ตัดสินใจ เจ้าของ และวันที่
  3. 20 นาทีเรื่องสีเหลือง: ยืนยันแผนแก้
  4. 15 นาทีความเสี่ยงและสมมติฐานที่ต้องจับตา
  5. 5 นาทีอ่านทวนการตัดสินใจ

ตัวอย่างสมมติ สถานะใช้นิยามเดียวกันทุกเรื่อง: เขียวตามแผน เหลืองมีความเสี่ยงแต่เจ้าของมีแผนแก้ แดงหลุดแผนและต้องการการตัดสินใจ

อ่านรายละเอียด

Monthly Business Review (MBR) คือจุดที่การลงมือทำจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น และคุณภาพของมันถูกกำหนดก่อนเข้าห้องประชุม ข้อมูลตัดรอบในวันที่กำหนด KPI ทุกตัวได้สถานะตามนิยามเดียวกัน: เขียวคือตามแผน เหลืองคือมีความเสี่ยงแต่เจ้าของมีแผนแก้ แดงคือหลุดแผนและต้องการการตัดสินใจจากผู้บริหาร เจ้าของเรื่องสีเหลืองและสีแดงเขียนบันทึกสั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอะไร เสนอให้ทำอะไร และต้องการอะไร เอกสารส่งล่วงหน้าสองวันทำการ และทุกคนอ่านมาก่อน ในห้องประชุม ไม่มีการนำเสนอเรื่องสีเขียว วาระเดินตามข้อยกเว้น: สิบนาทีทบทวน action ที่ค้างจากเดือนก่อน เวลาส่วนใหญ่ใช้กับเรื่องสีแดงแล้วตามด้วยสีเหลือง ทุกเรื่องจบด้วยการตัดสินใจ เจ้าของ และวันที่ สิบห้านาทีสำหรับความเสี่ยงและสมมติฐานที่ต้องจับตา และห้านาทีสุดท้ายอ่านทวนการตัดสินใจ บันทึกการประชุมและ action log ส่งภายในหนึ่งวันทำการ และ action ที่ยังไม่ปิดจะกลับมาในการประชุมครั้งถัดไปจนกว่าจะปิด เมื่อวาระสร้างตัวเองจากสิ่งที่หลุดแผน ความสนใจของผู้บริหารจะไหลไปยังจุดที่กลยุทธ์กำลังพลาดโดยอัตโนมัติ และนั่นคือหน้าที่ทั้งหมดของการประชุมนี้

08

ปรับแผนโดยไม่เสียโฟกัส

ตกลงไว้ก่อนว่าการเปลี่ยนแบบไหนตัดสินที่ระดับใด แผนจึงยืดหยุ่นได้โดยไม่เสียทิศ

แตะแต่ละระดับเพื่อดูว่าใครตัดสินและเมื่อไร

ยิ่งขึ้นไปบนพีระมิด การปรับยิ่งเกิดน้อยครั้ง ต้องมีหลักฐานจากทะเบียนสมมติฐาน และต้องบันทึกเหตุผลไว้

1 · Strategyเมื่อไรควรปรับ

เมื่อสมมติฐานหลักพิสูจน์แล้วว่าผิด หรือตลาดเปลี่ยนจนเสาหลักใดไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป

ใครตัดสิน
ซีอีโอและคณะกรรมการ
เวทีที่ตัดสิน
ทบทวนรายไตรมาส หรือประชุมเฉพาะกิจ
ตัวอย่างสมมติ

ยกเลิกแผนบุกตลาดต่างประเทศหลังคู่ค้าหลักถอนตัว แล้วย้ายงบไปเสาหลักในประเทศ

อ่านรายละเอียด

กลยุทธ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนเสี่ยงพอ ๆ กับกลยุทธ์ที่เปลี่ยนทุกเดือน ทางออกคือตกลงไว้ล่วงหน้าว่าการเปลี่ยนแปลงแบบใดตัดสินที่ระดับใด การลงมือทำเปลี่ยนได้บ่อย และเป็นอำนาจของเจ้าของ initiative ในการประชุมรายสัปดาห์ ตราบที่ผลลัพธ์และกำหนดเวลาของ initiative ยังไปได้ ตัว initiative เปลี่ยนน้อยกว่านั้น เมื่อหลุดแผนติดกันสองเดือนและแผนแก้ของเจ้าของไม่พอ หรือเมื่อขอบเขต งบ หรือกำหนดเวลาต้องขยับ ทีมผู้บริหารเป็นผู้ตัดสินในการประชุมรายเดือน ส่วนตัวกลยุทธ์เปลี่ยนน้อยครั้งที่สุด และเปลี่ยนเมื่อสมมติฐานหลักพิสูจน์แล้วว่าผิด หรือตลาดเปลี่ยนจนเสาหลักใดไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป การตัดสินใจนี้เป็นของซีอีโอและคณะกรรมการ ในการทบทวนรายไตรมาสหรือการประชุมเฉพาะกิจ เพื่อให้การตัดสินใจเหล่านี้อยู่บนหลักฐานแทนความรู้สึก ควรมีทะเบียนสมมติฐาน (assumption register) ที่ระบุความเชื่อสามถึงห้าข้อที่กลยุทธ์พึ่งพา สัญญาณที่จะบอกว่าแต่ละข้อผิด และผู้ที่คอยจับตา ทุกการเปลี่ยนแปลงถูกบันทึกพร้อมเหตุผล แผนจึงพัฒนาอย่างตั้งใจ แทนที่จะถูกทิ้งไปเงียบ ๆ

09

เริ่มต้นใน 90 วัน

สี่ช่วงที่พาจากแผนที่อนุมัติแล้ว ไปสู่จังหวะที่เดินได้เอง

01
วันที่ 1–15 เลือก

ยืนยันเสาหลักสามถึงห้าด้าน คัด initiative ที่ต้องชนะ ตั้งเจ้าของคนเดียว และตกลงรายการสิ่งที่จะเลิกทำ

สิ่งที่ได้ รายชื่อ initiative พร้อมเจ้าของ และ stop list ที่ผู้บริหารเห็นชอบ

อ่านรายละเอียด

ระบบลงมือทำไม่ต้องใช้ช่วงออกแบบที่ยาว แต่ต้องมีรอบแรกที่เดินได้จริง ในสองสัปดาห์แรก ผู้บริหารยืนยันเสาหลักสามถึงห้าด้าน คัด initiative ที่ต้องชนะ ตั้งเจ้าของคนเดียวให้แต่ละตัว และตกลงรายการสิ่งที่จะเลิกทำ ภายในวันที่สามสิบ initiative แต่ละตัวมี charter หน้าเดียว ตัวชี้วัดนำและตามมีนิยามและค่าตั้งต้น และวันทบทวนทั้งปีถูกล็อกไว้แล้ว ระหว่างวันที่สามสิบถึงหกสิบ ประชุม Monthly Business Review ครั้งแรกตามรูปแบบใหม่ แม้ข้อมูลบางส่วนยังไม่ครบ การประชุมตรงเวลาสำคัญกว่า scorecard ที่สมบูรณ์ ระหว่างวันที่หกสิบถึงเก้าสิบ การประชุมครั้งที่สองและสามช่วยปรับนิยามสถานะให้คม การถ่ายทอดขยายลงไปถึงแผนของแต่ละฝ่าย และตัวชี้วัดที่ไม่มีใครใช้ถูกตัดออก ซอฟต์แวร์ช่วยให้รักษาจังหวะนี้ได้ง่ายและถูกลง ทั้งรวมตัวเลขจริงไว้ที่เดียว สร้างวาระอัตโนมัติ และแสดงสถานะให้ทุกคนเห็น แต่การตัดสินใจยึดการทบทวนที่คงที่เป็นเรื่องของผู้นำ ที่ไม่มีเครื่องมือไหนตัดสินใจแทนได้ ทีมจากภายนอกช่วยได้มากที่สุดในจุดที่ทีมภายในวางตัวเป็นกลางได้ยาก เช่น การดำเนินเวิร์กช็อปเลือกเรื่องสำคัญและรายการสิ่งที่จะเลิกทำ การออกแบบ scorecard และการดำเนินการประชุมช่วงแรก จนจังหวะเดินได้เองโดยไม่ต้องมีใครผลัก

Execution คืออะไร ในบริบทธุรกิจ? Execution แปลว่าการลงมือทำ ในบริบทธุรกิจหมายถึงการนำแผนหรือกลยุทธ์ไปทำให้เกิดผลจริง ผ่านงานที่มีเจ้าของ กำหนดเวลา และตัวชี้วัดที่ติดตามได้ Strategy Execution จึงหมายถึงระบบที่ทำให้กลยุทธ์ถูกลงมือทำและทบทวนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้จบอยู่ในเอกสารแผน
Strategy Execution กับการบริหารเชิงกลยุทธ์ต่างกันอย่างไร? การบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) คือทั้งวงจร ตั้งแต่การคิด การวางแผน การลงมือทำ และการทบทวน ส่วน Strategy Execution คือช่วงหลังอนุมัติแผน ได้แก่ระบบ initiative ตัวชี้วัด การจัดสรรทรัพยากร และจังหวะทบทวน ที่เปลี่ยนแผนให้เป็นผลลัพธ์
Monthly Business Review (MBR) คืออะไร? การประชุมผู้บริหารรายเดือนแบบคงที่ ที่วาระถูกสร้างจากแผนโดยตรง: KPI ที่หลุดเป้า milestone ที่เลยกำหนด และ action ที่ค้าง ไม่มีการนำเสนอเรื่องที่ตามแผน การตัดสินใจและ action ใหม่ถูกบันทึกและติดตามจนปิด
MBR ควรใช้เวลานานเท่าไหร่ และใครควรเข้าประชุม? ราวเก้าสิบนาที วันเดิมทุกเดือน ซีอีโอเป็นประธาน ผู้เข้าประชุมคือทีมผู้บริหารและเจ้าของ initiative ที่เป็นสีแดงหรือสีเหลือง เอกสารที่ส่งล่วงหน้าสองวันทำการช่วยให้เวลาในห้องไปอยู่กับการตัดสินใจ ไม่ใช่การนำเสนอ
ตัวชี้วัดนำ (Leading) กับตัวชี้วัดตาม (Lagging) ต่างกันอย่างไร? ตัวชี้วัดตาม เช่น รายได้ กำไร หรือส่วนแบ่งตลาด บอกผลลัพธ์หลังเกิดขึ้นแล้ว ตัวชี้วัดนำ เช่น จำนวนข้อเสนอที่ส่ง หรือระยะเวลาส่งมอบ ขยับเร็วกว่าและเจ้าของ initiative มีผลต่อมันได้ initiative แต่ละตัวควรติดตามทั้งสองแบบ
บริษัทควรติดตาม KPI กี่ตัว? ระดับผู้บริหาร: หยิบมือเดียวต่อเสาหลักกลยุทธ์ โดยทั่วไปสองถึงสามตัวต่อ initiative ถ้าตัวเลขไหนไม่เปลี่ยนการตัดสินใจรายเดือน มันควรอยู่ในแดชบอร์ดปฏิบัติการ ไม่ใช่ในการทบทวนกลยุทธ์
ทำไมระบบ OKR และ KPI หลายแห่งถึงล้มเหลว? การตั้งระบบหนักเกินไป จังหวะทบทวนเป็นแค่ทางเลือก และเครื่องมือเงียบหายระหว่างไตรมาส ระบบจะอยู่รอดเมื่อการประชุมรายเดือนคงที่ วาระสร้างจากข้อยกเว้น ไม่ใช่จากความจำ และ KPI เชื่อมกับกลยุทธ์
ควรใช้ OKR หรือ Balanced Scorecard? ใช้ได้ทั้งสองแบบ Balanced Scorecard ช่วยเชื่อมกลยุทธ์กับตัวชี้วัดในมุมการเงิน ลูกค้า กระบวนการ และคน ส่วน OKR เหมาะกับทีมที่ต้องขยับเร็วและตั้งเป้ารายไตรมาส สิ่งที่ตัดสินความสำเร็จคือจังหวะทบทวนและความชัดของเจ้าของ ไม่ใช่ชื่อของกรอบแนวคิด
ซอฟต์แวร์ช่วยแก้ Strategy Execution ได้ไหม? ซอฟต์แวร์ช่วยให้การรักษาจังหวะง่ายและถูกลง เช่น สร้างวาระอัตโนมัติ แสดงสถานะให้ทุกคนเห็น และรวมตัวเลขจริงไว้ที่เดียว แต่การตัดสินใจยึดจังหวะประชุมรายเดือนคงที่เป็นเรื่องของผู้นำ ที่ไม่มีเครื่องมือไหนตัดสินใจแทนได้
ควรใช้ที่ปรึกษาช่วยเรื่อง Strategy Execution เมื่อไหร่? เมื่อแผนผ่านการอนุมัติทุกปีแต่ไม่ขยับ เมื่อทีมผู้บริหารตกลงเรื่องสำคัญหรือรายการสิ่งที่จะเลิกทำกันเองได้ยาก หรือเมื่อมี KPI เต็มองค์กรแต่ไม่เชื่อมกัน ทีมที่ปรึกษาช่วยออกแบบระบบและดำเนินการประชุมช่วงแรก ส่วนความเป็นเจ้าของยังอยู่กับผู้บริหาร

นัดคุย 30 นาที

เล่าเรื่องที่องค์กรกำลังเจอ แล้วเราช่วยดูว่าควรเริ่มแก้ตรงไหนก่อน ไม่มีข้อผูกมัด

ติดต่อเรา

ที่ปรึกษาจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำหรับหน่วยงานรัฐบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจสำหรับบริษัทเอกชนและธุรกิจครอบครัว