
JUMP+ คืออะไร คู่มือสำหรับบริษัทจดทะเบียน: เงื่อนไข เงินสนับสนุน และวิธีทำแผนให้ผู้ลงทุนเชื่อ
핵심 답변: JUMP+ (โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน) คือโครงการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ให้บริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai จัดทำแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ 3 ปี (2569–2571) โดยมีแผนการเติบโตทางธุรกิจและแผนยกระดับธรรมาภิบาลเป็นแผนหลัก และแผน Climate Action เป็นทางเลือก บริษัทต้องเผยแพร่แผนผ่าน SETLink ชี้แจงต่อผู้ลงทุนภายใน 15 วัน และรายงานความคืบหน้าภายใน 15 วันหลังส่งงบงวดครึ่งปีและงวดปีผ่าน Opportunity Day ปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วม 143 แห่ง (SET 87, mai 56) บริษัทที่เข้าร่วมได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก CMDF สูงสุด 5 ล้านบาทตลอดโครงการ ในส่วนค่าที่ปรึกษา CMDF สนับสนุน 50% ไม่เกิน 500,000 บาท และต้องจ้างที่ปรึกษาจาก Advisory Pool ของโครงการ บริษัทต้องได้คะแนน CGR ไม่น้อยกว่า 3 ดาวในการประเมินปี 2570 และ 2571
บริษัทจดทะเบียน 143 แห่งเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แบ่งเป็นบริษัทใน SET 87 แห่ง และ mai 56 แห่ง ช่วงสมัครและส่งแผนจบไปตั้งแต่ 31 มีนาคม 2569 แต่ส่วนที่ยากกว่ายังอยู่ข้างหน้า คือทำตามแผนให้ได้ และรายงานความคืบหน้าต่อผู้ลงทุนทุกครึ่งปีไปจนถึงปี 2571 บทความนี้สรุปเงื่อนไขของโครงการจากเอกสารทางการของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มข้อมูลบทวิเคราะห์ที่นักวิเคราะห์เขียนถึงแผนแล้ว 142 ฉบับ และเสนอวิธีทำให้แผน JUMP+ เป็นแผนที่ผู้ลงทุนเชื่อ
JUMP+ คืออะไร สรุปในตารางเดียว
| หัวข้อ | สรุป |
|---|---|
| ผู้จัด | ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใช้เงินทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) |
| ใครเข้าร่วมได้ | บริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ไม่ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB, CS, CC, CF, NP, SP ไม่อยู่ระหว่างกระบวนการเพิกถอน และไม่ถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษภายใน 5 ปี |
| ผู้เข้าร่วม | 143 บริษัท (SET 87, mai 56) |
| ระยะเวลาแผน | 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2571 |
| แผนหลัก | แผนการเติบโตทางธุรกิจ (Business) และแผนการยกระดับธรรมาภิบาล (Governance) |
| แผนทางเลือก | แผนการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action) |
| การสื่อสารกับผู้ลงทุน | ชี้แจงแผนผ่านการประชุมออนไลน์ภายใน 15 วันหลังส่งแผน และรายงานความคืบหน้าภายใน 15 วันหลังส่งงบงวดครึ่งปีและงวดปี ผ่านกิจกรรม Opportunity Day |
| เงื่อนไขธรรมาภิบาล | คะแนน CGR ไม่น้อยกว่า 3 ดาว ในการประเมินปี 2570 และ 2571 |
| เงินทุนสนับสนุน | สูงสุด 5,000,000 บาทต่อบริษัท ตลอดโครงการ |
| ค่าสมัคร | ไม่มี |
| การรับสมัคร | ปิดรับเมื่อ 31 มีนาคม 2569 การเปิดรับในปีถัดไปอยู่ระหว่างพิจารณา |
JUMP+ เป็นคนละโครงการกับ Corporate Value Up ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเน้นบริษัทที่มีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 ขึ้นไป และทำให้บริษัทอยู่ในรายชื่อที่กองทุน Thai ESG ลงทุนได้ บริษัทเลือกเข้าร่วมโครงการใดโครงการหนึ่งได้
ตอนนี้โครงการอยู่ช่วงไหน
โครงการแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงที่ 1 สมัครและเขียนแผน ซึ่งปิดไปแล้ว บริษัทต้องส่งแผนที่คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบภายใน 31 มีนาคม 2569 และชี้แจงแผนต่อผู้ลงทุนผ่านการประชุมออนไลน์ภายใน 15 วัน ช่วงที่ 2 ทำตามแผนและรายงาน บริษัทต้องจัดทำรายงานความคืบหน้าภายใน 15 วันหลังส่งงบการเงินงวดครึ่งปีและงวดปี แล้วสื่อสารผ่านกิจกรรม Opportunity Day ไปจนจบโครงการในปี 2571

สำหรับบริษัทที่ปิดบัญชีเดือนธันวาคม รอบรายงานถัดไปคือหลังส่งงบปี 2569 ในต้นปี 2570 มีเงื่อนไขหนึ่งที่ควรรู้ในช่วงนี้ FAQ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าห้ามปรับเป้าหมายของปีใดในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนวันสิ้นรอบบัญชี บริษัทที่ปิดบัญชีเดือนธันวาคมจึงปรับเป้าปี 2569 ไม่ได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถ้าต้องปรับเป้าปี 2570 ควรเตรียมเรื่องเข้าคณะกรรมการให้ทันรอบรายงานถัดไป FAQ อีกข้อระบุว่าเป้ากำไรปรับได้ทันทีเมื่อสมมติฐานเปลี่ยน สองข้อนี้ยังไม่ได้อธิบายให้ตรงกัน จึงควรยืนยันกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นกรณีไป
แผนของคุณถูกนักวิเคราะห์อ่านแล้ว
แผน JUMP+ ไม่ได้อยู่แค่ในระบบ SETLink ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดให้มีบทวิเคราะห์ Analyst View บนแผนของบริษัทที่เข้าร่วม และเผยแพร่บน settrade.com ให้ผู้ลงทุนอ่านได้ทั่วไป ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 มีบทวิเคราะห์แผนตั้งต้นแล้ว 142 ฉบับ เขียนโดยบริษัทหลักทรัพย์ 13 แห่ง ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ครอบคลุมบริษัทใน SET 86 แห่ง และ mai 56 แห่ง

ความหมายในทางปฏิบัติคือ ทุกครั้งที่บริษัทรายงานความคืบหน้า ผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์มีแผนตั้งต้นและบทวิเคราะห์ไว้เทียบแล้ว แผนที่ตั้งเป้าไว้กว้างแต่ไม่มีตัวเลขระหว่างทางรองรับจะถูกเห็นได้ง่าย ภาพรวมที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแพร่ก็ชี้ว่าแผนส่วนใหญ่มีตัวเลขให้ตรวจสอบ บริษัท 138 แห่ง (96%) ตั้งเป้ารายได้หรือกำไร มีกลยุทธ์ด้านธุรกิจรวม 278 กลยุทธ์ ในด้านการเติบโต ประสิทธิภาพ และเสถียรภาพทางการเงิน และมีแผนงานด้านธรรมาภิบาล 272 แผนงาน ซึ่งกว่าครึ่งเป็นเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ระบบรับเรื่องร้องเรียน และการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน ส่วนแผน Climate Action ซึ่งเป็นทางเลือก มีบริษัทจัดทำ 114 แห่ง (80%)
สิทธิประโยชน์และเงินสนับสนุน: เงื่อนไขที่ CFO ควรรู้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แบ่งสิทธิประโยชน์เป็น 3 กลุ่ม คือ สนับสนุนการจัดทำและดำเนินงานตามแผน เพิ่ม Corporate Visibility และให้ Rewards และ Recognition ส่วนที่มีเงื่อนไขละเอียดที่สุดคือเงินทุนสนับสนุนจาก CMDF
| เรื่อง | สิ่งที่ได้ | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| วงเงินรวม | สูงสุด 5,000,000 บาทต่อบริษัท ตลอดโครงการ (2568–2571) ไม่ใช่ต่อปี | รักษาสิทธิด้วยการรายงานความคืบหน้าตามกำหนด |
| ค่าที่ปรึกษา | CMDF เบิกคืน 50% ของค่าที่ปรึกษา ไม่เกิน 500,000 บาท วงเงินนี้ใช้ร่วมกันทั้ง 3 แผน | ต้องจ้างที่ปรึกษาจากรายชื่อใน Advisory Pool ของโครงการ ใบเสร็จต้องเกิดหลัง 26 มิ.ย. 2568 |
| ค่าดำเนินการตามแผน | เบิกได้ภายในวงเงินรวม และโอนวงเงินค่าที่ปรึกษาที่ไม่ได้ใช้มารวมได้ | เบิกได้หลังเผยแพร่แผน ค่าใช้จ่ายต้องเกี่ยวกับแผนโดยตรง ผู้ให้บริการต้องเป็นนิติบุคคล เงินเดือนพนักงานและการซื้อคาร์บอนเครดิตเบิกไม่ได้ |
| การมองเห็นจากผู้ลงทุน | บทวิเคราะห์ Analyst View กิจกรรม OppDay roadshow และสื่อ | ตามหน้าสิทธิประโยชน์ของโครงการบน SETLink |
| รางวัลและส่วนลด | ส่วนลดค่าธรรมเนียมกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ และโอกาสรับรางวัล SET Awards (JUMP+) | ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ |
ข้อควรระวังสองข้อ ข้อแรก ถ้าบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย CB หลังเบิกเงินไปแล้ว ต้องคืนเงินให้ CMDF ตามเงื่อนไขในใบสมัคร ข้อสอง CMDF สนับสนุนค่าที่ปรึกษาครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท การเลือกที่ปรึกษาจึงควรดูที่ผลงานที่จะได้ ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีทุนรองรับ
แผนแบบไหนที่ผู้ลงทุนเชื่อ: 3 ด่าน วางแผน ถ่ายทอด วัดผล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุชัดว่าไม่ได้รับรองแผน คณะกรรมการบริษัทต้องเห็นชอบแผนเอง และระบบเผยแพร่จะใส่ข้อความปฏิเสธความรับผิดให้อัตโนมัติ ความน่าเชื่อถือของแผนจึงมาจากตัวแผนและผลงานจริงในทุกรอบรายงาน จากงานวางแผนกลยุทธ์และระบบตัวชี้วัดที่ทีมเราทำมา แผนที่พิสูจน์ตัวเองได้มักผ่าน 3 ด่านนี้

ด่านที่ 1 วางแผนให้วัดได้
แผนธุรกิจต้องมีเป้าการเงินระดับองค์กรปี 2571 อย่างน้อย 1 ตัว เลือกได้ระหว่าง Net Profit, EBIT หรือ EBITDA หรือกำหนดเอง และระบุเป็นช่วงได้ คำถามแรกที่ผู้ลงทุนจะถามคือตัวเลขนี้มาจากไหน แผนที่ดีจึงไล่จากเป้าปลายทางลงไปที่ initiative แต่ละตัว ว่าตัวไหนสร้างรายได้หรือกำไรส่วนไหน มี KPI เจ้าของ งบ และ milestone และทดสอบสมมติฐานหลักเทียบกับตลาดหรือค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ซึ่งตรงกับขอบเขตงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ที่ปรึกษาในโครงการ บริษัทจดทะเบียนทุกแห่งยังใช้ JUMP+ Preliminary Analysis Tools ใน SETLink เพื่อดูคะแนนของบริษัทเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมได้
ด่านที่ 2 ถ่ายทอดลงสู่ทีม
แผนที่อยู่แค่ในเอกสารที่ส่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่เกิดผล เป้าระดับองค์กรต้องถูกถ่ายทอดเป็น KPI ของหน่วยงานและตำแหน่งที่ทำงานนั้นจริง งบประมาณประจำปีต้องสอดคล้องกับแผน และแรงจูงใจของผู้บริหารควรผูกกับเป้าเดียวกัน แผนธรรมาภิบาลก็เช่นกัน FAQ ระบุว่าต้องมีอย่างน้อย 3 แผนกลยุทธ์ ต้องมีแผนยกระดับการต่อต้านทุจริตแม้บริษัทได้รับรอง CAC แล้ว และถ้าแผนระบุว่าจะได้รับการรับรองใด ก็ต้องได้ภายใน 3 ปี แต่ละแผนจึงต้องมีเจ้าของและเป้าที่วัดได้ ไม่ใช่เพียงการทบทวนนโยบาย
ด่านที่ 3 วัดผลและรายงาน
รายงานความคืบหน้าต้องเสร็จภายใน 15 วันหลังส่งงบ ถ้าเริ่มรวบรวมข้อมูลหลังปิดงบจะไม่ทัน บริษัทที่ติดตามผลรายเดือนจะรู้ก่อนว่าตัวไหนหลุดเป้า และมีเวลาเตรียมคำอธิบาย FAQ ระบุว่าการทำไม่ได้ตามแผนไม่มีบทลงโทษ แต่บริษัทยังต้องรายงานและอธิบายแนวทางต่อจากนี้ ส่วนการไม่รายงานหรือไม่สื่อสารผ่าน Opportunity Day ตามรอบ อาจทำให้ถูกยกเลิกการเข้าร่วมโครงการ ถ้าจำเป็นต้องปรับเป้า ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ รายงานผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสื่อสารใน Opportunity Day รอบถัดไป
สำหรับคณะกรรมการ FAQ ของโครงการอธิบายว่าความรับผิดของกรรมการไม่ได้ขึ้นกับว่าแผนสำเร็จหรือไม่ แต่ขึ้นกับการปฏิบัติตามหน้าที่ของกรรมการ (fiduciary duties) ข้อปฏิบัติที่แนะนำคือบันทึกเหตุผลการตัดสินใจไว้ในรายงานการประชุม แยกให้ชัดว่าตัวเลขใดเป็นข้อเท็จจริงและตัวเลขใดเป็นประมาณการ และระบุความเสี่ยงไว้ด้วย
คำถาม 10 ข้อที่แผน JUMP+ ควรตอบได้
ใช้ทบทวนแผนก่อนรายงานรอบถัดไป ข้อไหนที่ทีมตอบไม่ได้ทันที คือข้อที่ผู้ลงทุนหรือนักวิเคราะห์มีโอกาสถาม
- —ที่มาของเป้า: เป้าการเงินปี 2571 มาจาก initiative ไหนบ้าง และแต่ละตัวสร้างตัวเลขส่วนไหน
- —สมมติฐาน: การเติบโตของตลาด ราคา และต้นทุนที่ใช้ สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมหรือคู่แข่งหรือไม่
- —ความรับผิดชอบ: ทุก initiative มีเจ้าของ งบ และ milestone ที่ตรวจได้ระหว่างปีหรือยัง
- —การถ่ายทอด: KPI ลงถึงหน่วยงานที่ต้องทำจริง และสอดคล้องกับงบประมาณประจำปีหรือไม่
- —ธรรมาภิบาล: แผนธรรมาภิบาลแต่ละแผนมีเป้าที่วัดได้ และพาบริษัทไปถึง CGR อย่างน้อย 3 ดาวในปี 2570 และ 2571 หรือไม่
- —ความพร้อมของข้อมูล: ข้อมูลสำหรับรายงานความคืบหน้ารวบรวมได้ภายใน 15 วันหลังส่งงบหรือไม่
- —ส่วนที่พลาดเป้า: ถ้าผลต่ำกว่าเป้า มีคำอธิบายสาเหตุและแนวทางต่อจากนี้ที่ผู้ลงทุนเข้าใจได้หรือไม่
- —ความเสี่ยง: ความเสี่ยงหลักของแผนคืออะไร และมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ติดตามอยู่หรือไม่
- —หลักฐานการตัดสินใจ: บันทึกเหตุผลไว้ในรายงานการประชุม และแยกข้อเท็จจริงกับประมาณการชัดเจนหรือไม่
- —การปรับเป้า: ถ้าต้องปรับเป้า ทีมรู้ขั้นตอนและช่วงเวลาที่ห้ามปรับแล้วหรือยัง
เลือกที่ปรึกษา JUMP+ อย่างไร
การว่าจ้างเป็นเรื่องระหว่างบริษัทกับที่ปรึกษาโดยตรง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีส่วนในการสรรหาหรือคัดเลือก ขอบเขตงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ที่ปรึกษาในโครงการมี 3 ส่วน คือ สนับสนุนการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ สนับสนุนการจัดทำหรือปรับปรุงแผน และให้ความเห็นต่อแผน ที่ปรึกษาแต่ละรายถนัดคนละส่วนและขึ้นทะเบียนคนละด้าน คำถามเหล่านี้ช่วยให้เลือกได้ตรงขึ้น
- —ขึ้นทะเบียนด้านไหน Business, Governance หรือ Climate Action ตรงกับแผนที่ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่
- —ช่วยเฉพาะตอนเขียนแผน หรือช่วยวางระบบติดตามผลและเตรียมรายงานความคืบหน้าด้วย
- —ใครในทีมทำงานจริง และเคยทำงานด้านแผนกลยุทธ์ ตัวชี้วัด หรือธรรมาภิบาลมาแบบไหน
- —ทดสอบสมมติฐานของแผนอย่างไร และใช้ข้อมูลตลาดหรือคู่แข่งจากแหล่งใด
- —สัญญาและใบเสร็จพร้อมสำหรับการเบิกเงินสนับสนุนตามเงื่อนไขของโครงการหรือไม่
NXT ช่วยอะไรได้
NXT Consulting Group ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาใน Advisory Pool ของโครงการ JUMP+ ด้านการเติบโตและการเพิ่มมูลค่าธุรกิจ (Business) และด้านธรรมาภิบาล (Governance) โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนด้าน Climate Action งานที่เราช่วยได้ในช่วงนี้มีดังนี้
- —ทบทวนแผน: ตรวจสมมติฐานและความเชื่อมโยงจากเป้าการเงินปี 2571 ลงไปถึง initiative แต่ละตัว
- —ถ่ายทอดเป้า: แปลงเป้าเป็น OKR และ KPI ของหน่วยงานและตำแหน่ง ให้สอดคล้องกับงบประมาณประจำปี
- —ติดตามและรายงาน: วางระบบติดตามผลรายเดือน และเตรียมรายงานความคืบหน้าสำหรับ Opportunity Day
- —ธรรมาภิบาล: ออกแบบแผนธรรมาภิบาลที่มีเป้าวัดได้ และเตรียมความพร้อมสำหรับ CGR อย่างน้อย 3 ดาว
자주 묻는 질문
- JUMP+ คืออะไร
- JUMP+ คือโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้บริษัทใน SET และ mai จัดทำแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ 3 ปี (2569–2571) ประกอบด้วยแผนธุรกิจและแผนธรรมาภิบาล และมีแผน Climate Action เป็นทางเลือก เผยแพร่แผนต่อผู้ลงทุน และรายงานความคืบหน้าทุกครึ่งปี โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก CMDF
- บริษัทใน mai เข้าร่วม JUMP+ ได้ไหม
- ได้ บริษัทใน SET และ mai สมัครภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ปัจจุบันมีบริษัทใน mai เข้าร่วม 56 แห่ง จากทั้งหมด 143 แห่ง
- ยังสมัครเข้าร่วม JUMP+ ได้อยู่ไหม
- รอบปัจจุบันปิดรับสมัครและส่งแผนแล้วเมื่อ 31 มีนาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดรับในปีถัดไป บริษัทที่ยังไม่ได้เข้าร่วมใช้ JUMP+ Preliminary Analysis Tools ใน SETLink เพื่อดูคะแนนเทียบค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมได้
- เงินสนับสนุนค่าที่ปรึกษา JUMP+ ได้เท่าไร
- CMDF เบิกคืน 50% ของค่าที่ปรึกษา ไม่เกิน 500,000 บาท วงเงินนี้ใช้ร่วมกันทั้งแผนธุรกิจ แผนธรรมาภิบาล และแผน Climate Action ต้องเป็นที่ปรึกษาใน Advisory Pool ของโครงการ และอยู่ในวงเงินรวมสูงสุด 5,000,000 บาทต่อบริษัทตลอดโครงการ
- ถ้าผลงานไม่เป็นไปตามแผน JUMP+ จะถูกลงโทษไหม
- โครงการไม่ได้กำหนดบทลงโทษ แต่บริษัทยังต้องรายงานความคืบหน้าและอธิบายแนวทางต่อจากนี้ตามกำหนด ถ้าไม่รายงานหรือไม่สื่อสารผ่าน Opportunity Day ตามรอบ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจยกเลิกการเข้าร่วมโครงการ
- ปรับแผน JUMP+ ระหว่างทางได้ไหม
- ได้ โดยต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัท รายงานผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสื่อสารใน Opportunity Day รอบถัดไป FAQ ของโครงการระบุว่าห้ามปรับเป้าของปีใดในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นรอบบัญชี
- JUMP+ ต้องใช้คะแนน CGR เท่าไร
- ตอนสมัครไม่มีคะแนนขั้นต่ำ แต่บริษัทต้องได้ CGR ไม่น้อยกว่า 3 ดาว ในการประเมินปี 2570 และ 2571 มิฉะนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณายกเลิกการเข้าร่วมโครงการ
- JUMP+ ต่างจาก Corporate Value Up อย่างไร
- Corporate Value Up เป็นโครงการของสำนักงาน ก.ล.ต. เน้นบริษัทที่มีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 ขึ้นไป จัดทำแผนการเติบโตและแผนด้านคาร์บอน และทำให้บริษัทอยู่ในรายชื่อที่กองทุน Thai ESG ลงทุนได้ ส่วน JUMP+ เป็นโครงการของตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีเงินทุนสนับสนุนจาก CMDF บริษัทเลือกเข้าร่วมโครงการใดโครงการหนึ่งได้
- กรรมการต้องรับผิดไหม ถ้าแผน JUMP+ ไม่สำเร็จ
- FAQ ของโครงการอธิบายว่าความรับผิดของกรรมการไม่ได้ขึ้นกับผลลัพธ์ของแผน แต่ขึ้นกับการปฏิบัติตามหน้าที่ของกรรมการ ควรบันทึกเหตุผลการตัดสินใจในรายงานการประชุม และแยกข้อเท็จจริงกับประมาณการให้ชัด เรื่องข้อกฎหมายควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท
ข้อมูลโครงการสรุปจาก FAQ โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2569 หน้า JUMP+ บน SETLink และประกาศเชิญชวนขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา (ปรับปรุงวันที่ 9 มิถุนายน 2569) จำนวนผู้เข้าร่วมและภาพรวมแผนมาจากข้อมูลที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแพร่ผ่านสื่อเมื่อเดือนเมษายน 2569 จำนวนบทวิเคราะห์นับจาก settrade.com วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดกับตลาดหลักทรัพย์ฯ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการลงทุน NXT Consulting Group เป็นที่ปรึกษาใน Advisory Pool ของโครงการ JUMP+ ด้าน Business และ Governance และเป็นผู้จัดทำบทความนี้
같은 시리즈
이 아티클 공유하기


