
ค่าจ้างวิจัยตลาดในไทย ราคาเท่าไหร่ (2026) แยกตามวิธีวิจัยและขนาดโครงการ
Short answer: โครงการวิจัยตลาดในไทยปี 2026 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงต่อไปนี้ งานวิจัยเชิงคุณภาพขนาดเล็ก (สัมภาษณ์เชิงลึก 10 ถึง 15 ราย) ราว 150,000 ถึง 500,000 บาท งาน focus group 4 กลุ่ม ราว 300,000 ถึง 700,000 บาท งานแบบสอบถาม 400 ชุด ราว 200,000 ถึง 500,000 บาท และโครงการ mixed method เต็มรูปแบบ ราว 500,000 ถึง 3 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้เป็นช่วงประมาณการของตลาดโดยรวม ไม่ใช่ราคาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ราคาจริงขึ้นกับความยากในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก บทความนี้แจกแจงให้เห็นว่าเงินไปอยู่ตรงไหน เพื่อให้คุณเทียบใบเสนอราคาได้อย่างมีหลักการ
ราคาวิจัยตลาดแยกตามวิธี
การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)
ราคาต่อรายราว 8,000 ถึง 25,000 บาท สำหรับผู้บริโภคทั่วไป และ 20,000 ถึง 60,000 บาทต่อราย สำหรับกลุ่มที่เข้าถึงยาก เช่น ผู้บริหารระดับสูง แพทย์เฉพาะทาง หรือผู้ตัดสินใจซื้อในองค์กรขนาดใหญ่
โครงการทั่วไปที่ 10 ถึง 15 ราย รวมออกแบบเครื่องมือ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงาน อยู่ราว 150,000 ถึง 500,000 บาท
การสนทนากลุ่ม (Focus Group)
ราคาต่อกลุ่มราว 60,000 ถึง 150,000 บาท รวมค่าคัดกรองผู้เข้าร่วม ค่าตอบแทน สถานที่ ผู้ดำเนินการสนทนา และการวิเคราะห์
โครงการมาตรฐาน 4 กลุ่ม อยู่ราว 300,000 ถึง 700,000 บาท ถ้าต้องทำหลายจังหวัดให้บวกค่าเดินทางและค่าสถานที่ต่างจังหวัดเพิ่ม
แบบสอบถามออนไลน์ (Online Survey)
ราคาต่อชุดที่สมบูรณ์ราว 150 ถึง 600 บาท สำหรับผู้บริโภคทั่วไป กลุ่มเฉพาะทางที่หายากอยู่ที่ 800 ถึง 3,000 บาทต่อชุด เพราะต้องคัดกรองผู้ตอบจำนวนมากกว่าจะได้คนที่ตรงกลุ่ม
โครงการ 400 ชุดสำหรับผู้บริโภคทั่วไป รวมออกแบบแบบสอบถาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงาน อยู่ราว 200,000 ถึง 500,000 บาท
การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (CATI)
ราคาต่อชุดราว 300 ถึง 900 บาท สูงกว่าออนไลน์เพราะใช้คนสัมภาษณ์ แต่ได้เปรียบเมื่อกลุ่มเป้าหมายไม่ค่อยอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น กลุ่มอายุมาก หรือกลุ่มในต่างจังหวัด
การสังเกตพฤติกรรมจริง (Ethnography)
ราคาต่อรายราว 30,000 ถึง 80,000 บาท แพงที่สุดต่อหัวเพราะใช้เวลานักวิจัยอยู่กับผู้ให้ข้อมูลหลายชั่วโมงถึงหลายวัน โครงการทั่วไปที่ 6 ถึง 10 ราย อยู่ราว 300,000 ถึง 800,000 บาท
การสังเกตในร้านค้าและ Mystery Shopping
ราคาต่อจุดราว 3,000 ถึง 12,000 บาท ขึ้นกับความละเอียดของแบบบันทึกและระยะเวลาสังเกต
โครงการ Mixed Method เต็มรูปแบบ
รวมทั้งขั้นเชิงคุณภาพเพื่อตั้งคำถาม ขั้นเชิงปริมาณเพื่อวัดขนาด และขั้นเชิงคุณภาพเพื่ออธิบายผล ระยะเวลา 8 ถึง 16 สัปดาห์
- —ตลาดเดียว กลุ่มเป้าหมายเดียว ราว 500,000 ถึง 1.2 ล้านบาท
- —หลายกลุ่มเป้าหมายหรือหลายจังหวัด ราว 1.2 ถึง 3 ล้านบาท
- —โครงการระดับภูมิภาคหลายประเทศ ราว 3 ถึง 10 ล้านบาทขึ้นไป
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันมากที่สุด
1. ความยากในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย นี่คือปัจจัยอันดับหนึ่ง ไม่ใช่จำนวนตัวอย่าง การหาผู้บริโภคทั่วไป 400 คนถูกกว่าการหาผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อในโรงงานขนาดกลาง 30 คนหลายเท่า ตัวชี้วัดที่ควรถามคืออัตราการพบกลุ่มเป้าหมาย (incidence rate) ถ้าต้องคัดกรอง 50 คนกว่าจะได้ 1 คนที่ใช่ ต้นทุนต่อชุดจะสูงมาก
2. ความยาวของเครื่องมือ แบบสอบถาม 10 นาทีกับ 25 นาที ต่างกันเกือบเท่าตัวในค่าตอบแทนผู้ตอบและอัตราการตอบไม่จบ
3. จำนวนกลุ่มย่อยที่ต้องวิเคราะห์แยก ถ้าต้องแยกวิเคราะห์ 5 กลุ่ม ต้องเก็บตัวอย่างเพิ่มเป็น 2 ถึง 3 เท่า เพราะแต่ละกลุ่มต้องมีจำนวนพอในตัวเอง
4. ระดับของสิ่งที่ส่งมอบ รายงานผลกับข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์เป็นงานคนละระดับ บริษัทที่ส่งมอบเฉพาะตารางและกราฟราคาถูกกว่า แต่องค์กรของคุณต้องมีคนแปลงเป็นการตัดสินใจเอง
5. ใครเป็นคนทำจริง งานที่นักวิจัยอาวุโสสัมภาษณ์และวิเคราะห์เอง ต่างจากงานที่ใช้ทีมภาคสนามเก็บข้อมูลตามสคริปต์ ในงานเชิงคุณภาพ ความต่างนี้ส่งผลต่อคุณภาพข้อค้นพบมากที่สุด
โครงสร้างต้นทุนที่ควรรู้ก่อนเทียบราคา
ในใบเสนอราคาวิจัย เงินมักกระจายประมาณนี้
- —ค่าเข้าถึงและตอบแทนผู้ให้ข้อมูล ราว 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
- —ค่าเวลานักวิจัยในการออกแบบ เก็บ วิเคราะห์ และรายงาน ราว 35 ถึง 55 เปอร์เซ็นต์
- —ค่าดำเนินการอื่น เช่น สถานที่ เดินทาง เครื่องมือ ราว 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์
ประโยชน์ของการรู้สัดส่วนนี้คือ เมื่อได้รับใบเสนอราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งมาก คุณจะเดาได้ว่าเขาลดตรงไหน ถ้าลดที่ค่าตอบแทนผู้ให้ข้อมูล มักได้ผู้ตอบที่ไม่ตรงกลุ่มหรือไม่ตั้งใจตอบ ถ้าลดที่เวลานักวิจัย มักได้รายงานที่เป็นตารางโดยไม่มีการตีความ
วิธีคุมงบวิจัยโดยไม่เสียคุณภาพ
- —ลดขนาดของแต่ละขั้น ไม่ใช่ตัดขั้นตอนออก สัมภาษณ์ 8 รายแทน 15 ราย ยังดีกว่าข้ามขั้นเชิงคุณภาพไปทำแบบสอบถามอย่างเดียว
- —จำกัดกลุ่มเป้าหมายให้เหลือเฉพาะที่ตัดสินใจจริง ทุกกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มคือค่าใช้จ่ายที่คูณขึ้น
- —ตัดคำถามที่ถามเพราะอยากรู้ ให้เก็บเฉพาะคำถามที่ถ้าได้คำตอบแล้วจะเปลี่ยนการตัดสินใจ ทดสอบง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าถ้าคำตอบเป็น A จะทำอะไร ถ้าเป็น B จะทำอะไร ถ้าทำเหมือนกันทั้งสองแบบ ให้ตัดคำถามนั้นทิ้ง
- —ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วก่อน ข้อมูลการขาย ข้อมูล CRM รีวิวลูกค้า และข้อมูลทุติยภูมิ มักตอบคำถามได้ส่วนหนึ่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- —แบ่งเป็นเฟส ทำเฟสแรกขนาดเล็กเพื่อตีกรอบปัญหา แล้วตัดสินใจว่าจะลงทุนเฟสถัดไปแค่ไหน
Frequently asked questions
- งบขั้นต่ำสำหรับวิจัยตลาดที่ใช้ตัดสินใจได้จริงคือเท่าไหร่?
- ราว 150,000 ถึง 300,000 บาท สำหรับงานเชิงคุณภาพขนาดเล็กที่ออกแบบดี ซึ่งเพียงพอสำหรับการตีกรอบปัญหาและได้ข้อค้นพบที่นำไปใช้ได้ ถ้างบต่ำกว่านี้มาก ทางเลือกที่ดีกว่าคือทำ workshop กับทีมภายในเพื่อจัดระเบียบสมมติฐาน แล้วค่อยลงทุนวิจัยเมื่อโจทย์ชัด
- ทำไมใบเสนอราคาวิจัยตลาดจากแต่ละเจ้าต่างกันหลายเท่า ทั้งที่โจทย์เดียวกัน?
- สาเหตุหลักคือสามข้อ หนึ่ง ขนาดตัวอย่างและวิธีเข้าถึงต่างกัน สอง ระดับของคนที่ลงมือทำจริงต่างกัน สาม สิ่งที่ส่งมอบต่างกันระหว่างรายงานผลกับข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ วิธีเทียบที่ถูกคือขอให้ทุกเจ้าระบุจำนวนตัวอย่าง วิธีคัดกรอง และตัวอย่างรายงานจากงานที่ผ่านมา
- ราคาต่อชุดของแบบสอบถามที่ถูกมาก เช่น ต่ำกว่า 100 บาท เป็นไปได้ไหม?
- เป็นไปได้ในบางกรณี เช่น กลุ่มเป้าหมายกว้างมาก แบบสอบถามสั้น และใช้ panel ขนาดใหญ่ แต่ควรถามให้ชัดเรื่องวิธีคัดกรองผู้ตอบและมาตรการตรวจสอบคุณภาพ เพราะราคาต่อชุดที่ต่ำมากมักมาพร้อมความเสี่ยงเรื่องผู้ตอบที่ไม่ตรงกลุ่มหรือตอบโดยไม่อ่านคำถาม ซึ่งทำให้ข้อมูลทั้งชุดใช้ไม่ได้
- จ่ายค่าวิจัยแล้วได้อะไรบ้าง ควรระบุอะไรในสัญญา?
- ควรระบุอย่างน้อยห้าข้อ หนึ่ง จำนวนตัวอย่างและเกณฑ์คัดกรอง สอง เครื่องมือที่ใช้และต้องผ่านการอนุมัติจากคุณก่อนเก็บข้อมูล สาม สิ่งที่ส่งมอบ ว่าเป็นรายงาน ข้อมูลดิบ หรือข้อเสนอแนะ สี่ ความเป็นเจ้าของข้อมูลดิบหลังจบโครงการ ห้า จำนวนรอบการแก้ไขรายงานที่รวมอยู่ในราคา
- วิจัยตลาดกับที่ปรึกษากลยุทธ์ ควรจ้างพร้อมกันหรือแยกกัน?
- ถ้าโจทย์จบที่ต้องการข้อมูล การจ้างบริษัทวิจัยอย่างเดียวถูกกว่า แต่ถ้าโจทย์คือต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง การจ้างแยกมักทำให้เกิดช่องว่าง เพราะบริษัทวิจัยส่งข้อมูล แล้วที่ปรึกษาต้องมาตีความข้อมูลที่ตัวเองไม่ได้ออกแบบ การใช้ทีมเดียวที่ทั้งออกแบบวิจัยและให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ มักได้ข้อสรุปที่ตรงกับการตัดสินใจมากกว่า
ช่วงราคาทั้งหมดเป็นการประมาณการภาพรวมของตลาดไทยจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมและข้อมูลสาธารณะ ณ ปี 2026 เพื่อประโยชน์ในการตั้งงบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ราคาเสนอขายหรือราคาอ้างอิงของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ราคาจริงแตกต่างกันตามขอบเขตงานและความยากในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย NXT Consulting Group เป็นผู้จัดทำบทความนี้
More in this series
Share this article